การตลาดแบบครอบครัว กลยุทธ์สร้างสุขแบบสร้างสรรค์

การตลาดแบบครอบครัว กลยุทธ์สร้างสุขแบบสร้างสรรค์
การตลาดแบบครอบครัวถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทาง ธุรกิจที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการวางแผนการขายไว้ที่การมุ่งต่อยอดอย่างต่อเนื่องในอนาคตไม่ใช่ มุ่งหวังที่จะปิดการขายโดยทันที จึงเป็นแนวทางการทำธุรกิจที่ยั่งยืนมากที่สุดอย่างหนึ่ง
Photo By makelessnoise with Creative Common 2.0d

ผู้ประกอบการคงจะเคยเห็นโฆษณาหรือการจัดงาน อีเว้นท์ที่มุ่งเน้นไปที่การแสดงออกถึงความรักและความเอื้ออาทรต่อกันในครอบ ครับหรือคนที่คุณรักกันมาบ้างแล้ว ซึ่งแผนการตลาดดังกล่าวผู้ประกอบการอาจจะมองดูว่ามันไม่ค่อยจะมีประโยชน์และ ให้ผลตอบรับที่ตรวจวัดได้ยากเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เลือกใช้กลยุทธ์การตลาด อื่นๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วกิจกรรมการตลาดแบบครอบครัวมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ มากมายแต่ทว่าผู้ประกอบการจะต้องไม่มองในส่วนของการสร้างผลกำไรกลับคืนมาโดย ทันที แต่ให้มองเรื่องการลงทุนในระยะยาว ดังต่อไปนี้

ส่งเสริมภาพลักษณ์

การตลาดในรูปแบบของการส่งเสริมกิจกรรมสถาบันครอบครัวนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับผลตอบแทนกลับคืนมามากที่สุดก็คือในเรื่องของภาพ ลักษณ์ที่ดีในสายตาของประชาชนและสังคมที่มีต่อตัวองค์กรธุรกิจของผู้ประกอบ การเอง เพราะเป็นอย่างที่ทราบกันว่าจุดประสงค์หลักของการตลาดประเภทนี้จะมุ่งไปที่ การทำกิจกรรมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก มิใช่การมุ่งเน้นขายสินค้าเป็นหลักเหมือนการตลาดในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งความใส่ใจในความสุขของลูกค้าจะทำให้ภาพลักษณ์ของกิจการดีขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างความภักดีต่อตัวสินค้า (Brand Loyalty) ให้เกิดขึ้นตามมาในท้ายที่สุดอีกด้วย

เติมเต็มให้ลูกค้าได้

เพราะปัจจุบันสภาพสังคมแปรเปลี่ยนไปจากอดีตมาก ชีวิตของผู้คนถูกบังคับด้วยกรอบของเวลาที่ต้องเร่งรีบอยู่ทุกวินาทีเพื่อ หน้าที่การงานและโอกาสได้ยืนในสังคม ทำให้บ่อยครั้งการแสดงออกเรื่องความห่วงใยต่อคนที่ลูกค้ารักไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ เพื่อน แฟน ภรรยา พี่น้อง ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและกลับกลายเป็นเรื่องไกลตัวมากเกินไป การตลาดในรูปแบบนี้จึงเป็นคำตอบที่สามารถเข้ามาแทนที่ในส่วนที่ขาดหายออกไป ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทัวร์เที่ยวในวันแม่ของสายการบิน ลักษณะของการทำแคมเปญของสินค้ารังนก เป็นต้น ซึ่งการสั่งซื้อสินค้าที่ใช้การตลาดในลักษณะนี้จะถูกแทนที่ด้วยภาพลักษณ์ของ การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่ลูกค้ารัก จึงทำให้การตลาดแบบนี้สามารถเติมเต็มให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ได้กำไรมากอันมีที่มาจากจำนวน

การตลาดในลักษณะนี้สามารถกระทำได้ทุกช่วงเวลาแต่จะเน้นหนักไปที่หน้า เทศกาลเป็นหลัก อาทิ วันพ่อ วันแม่ วันเด็ก วันสงกรานต์ และเทศกาลขึ้นปีใหม่ ซึ่งในทุกช่วงเทศกาลที่กล่าวมาจะมีลักษณะของความเป็นวันครอบครัว การขายสินค้าและบริการจึงเป็นไปในลักษณะของแพ็คเกจไม่ใช่หนึ่งต่อหนึ่ง เหมือนการตลาดทั่วไป ผู้ประกอบการที่ใช้ลักษณะการตลาดแบบนี้จึงสามารถขายสินค้าได้เป็นจำนวนมากใน คราวเดียวกัน ยกตัวอย่าง แพ็คเกจทัวร์ท่องเที่ยว กระเช้าสินค้าปีใหม่ เป็นต้น ซึ่งลูกค้าจะไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องของจำนวนมากมายนักตราบใดที่สินค้าสามารถ เติมเต็มความรู้สึกและส่งให้บุคคลรอบข้างได้อย่างทั่วถึง

ปลูกฝังฐานลูกค้าในอนาคต

มีผู้บริโภคเป็นจำนวนมากที่ตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะความอนุรักษ์นิยมและ การอ้างอิงจากทางครอบครัว เช่น ซื้อเพราะแม่ใช้สินค้าตัวนี้อยู่ ซื้อเพราะทางบ้านใช้เป็นประจำ เป็นต้น ซึ่งตราบใดที่สินค้าตัวนี้ยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อยู่พวก เขาก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนไปใช้สินค้าตัวอื่นแน่นอน อันเป็นผลที่เกิดมาจากอิทธิผลของผู้นำที่เป็นคนรอบข้างตัวลูกค้าซึ่งก็คือ ครอบครัวและถูกจัดว่าเป็น Brand Loyalty อย่างหนึ่งด้วย การทำตลาดแบบครอบครัวจึงมีส่วนช่วยปลูกฝังค่านิยมและฐานลูกค้าได้เป็นอย่าง ดี เช่น ในกรณีผงซักฟอกที่มุ่งเน้นทำการตลาดแบบครอบครัวโดยเฉพาะมักจะเน้นหนักไปที่ “แม่” เนื่องจากเป็นผู้ที่ดูแลทุกคนในครอบครัว ซึ่งลูกๆก็มักจะจำเป็นแบบอย่าง และพอเวลาต้องซื้อมาใช้เองบ้างก็มักจะเลือกเอาจากที่เคยเห็นแม่ใช่ เพราะมองว่าสิ่งที่แม่ซึ่งเป็นผู้ดูแลครอบครัวเลือกมักจะเป็นสิ่งที่ดีที่ สุดแล้ว การตลาดรูปแบบนี้จึงเป็นการปลูกฝังฐานลูกค้าให้เกิดขึ้นอย่างแยบยลมากที่สุด วิธีหนึ่ง

เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป็นจำนวนมากในครั้งเดียว

คำว่าครอบครัวก็บ่งบอกด้วยตนเองอยู่แล้วว่าเป็นกิจกรรมที่ใช้สมาชิก มากกว่าหนึ่ง จึงเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นมากของการตลาดแบบครอบครัว เพราะผู้ประกอบการสามารถส่งสารและข้อมูลสินค้าหรือบริการเพียงแค่ครั้งเดียว ไปสู่ผู้รับได้จำนวนหลายคนในลักษณะของการทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว เช่น กิจกรรมวันแม่ กิจกรรมวันพ่อ และเทศกาลส่งความสุขในวันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น จึงทำให้การตลาดในลักษณะนี้มีความคุ้มค่าและมีโอกาสที่จะถูกบอกต่อจากปากสู่ ปากจนต้องจัดกิจกรรมขึ้นอีกครั้งในโอกาสต่อไปเมื่อครบวาระมาบรรจบอีกครั้ง นั่นเอง

คู่แข่งน้อย

ด้วยความที่การตลาดรูปแบบนี้ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะขายของแต่เพียงอย่าง เดียว แต่เป็นการเปิดเวทีให้ลูกค้าได้มาทำกิจกรรมในลักษณะครอบครัวร่วมกัน จึงไม่สามารถวัดผลความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ได้ภายในครั้งเดียว ธุรกิจอื่นๆจึงมองข้ามการทำตลาดในลักษณะนี้ไปอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นโอกาสที่ช่วยให้ผู้ประกอบการที่คิดจะลงมาจับแผนการตลาดในลักษณะของ ครอบครัวมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้สูงอันเนื่องจากมีคู่แข่งที่น้อยมาก นั่นเอง แต่การตลาดในลักษณะนี้จะประสบความสำเร็จได้จะต้องใช้เวลาที่มากเป็นพิเศษ ด้วย

รูปแบบของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คนในครอบครัวมีเวลาและโอกาสที่จะพูด คุยกันน้อยลง การซื้อสินค้าและบริการเพื่อใช้เป็นเครื่องหมายแทนความรักและความห่วงใยจึง มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และการตลาดแบบครอบครัวนี่เองก็สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างไม่มีที่สิ้น สุด

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

อาคาร นันทวัน ชั้น 18 161 ถ.ราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ : 02-651-8170-3 แฟกซ์ : 02-651-8124

 
  
view