ทำการตลาดแบบเพิ่มความหมาย

ทำการตลาดแบบเพิ่มความหมาย
อย่าเสนอแค่สินค้า แต่เสนอทางแก้ปัญหา การเชื่อมโยงและความพึงพอใจ
ไม่ใช่มุ่งแต่จะขายอย่างเดียว

เมื่อตอนที่ Rob Kaufelt ซื้อธุรกิจ Murray’s Cheese ที่ Greenwich Village ในปี 1991 ร้านยังเป็นแค่ธุรกิจเล็กๆในครอบครัวที่รู้จักกันเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ใน ละแวกนั้นเท่านั้น แต่ตอนนี้ Murray’s Cheese กลายเป็นร้านขนาดยักษ์ที่ไม่ได้ขายเพียงแค่ชีสอย่างเดียว แต่ยังขายเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยม และมีเปิดสอนทำอาหาร มีวิดีโอสอนออนไลน์ รวมไปถึงบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่อีกด้วย ปัจจุบันร้านMurray’s สาขา Bleeker Street มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 15-20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี มาช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสาขาขายดีที่ Grand Central Terminal นอกจากนี้ Murray’s ยังได้ดีลเปิดสาขาเล็กๆในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศอีกด้วย

“ตั้งแต่ซื้อบริษัทมา เราไม่เคยมีงบประมาณสำหรับโฆษณาเลย” Kaufelt ซึ่งเติบโตมาในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตของครอบครัวใน New Jersey เล่าให้ฟัง “ผมแค่ทำอย่างที่ปู่เคยบอกไว้ คือ ‘เอ้า เข้ามาชิมกันสิ!’”

เพิ่มมูลค่า

ก็เหมือนกัน Murray’s Cheese ธุรกิจทุกอย่างตั้งแต่ร้านอาหารไปจนถึงร้านขายของได้พบว่า แค่โฆษณาสินค้าหรือบริการอย่างเดียวนั้นมันไม่พออีกต่อไปแล้ว คุณต้องมีแคมเปญการตลาดที่ให้ความรู้ ความบันเทิง และเพิ่มมูลค่าให้กับชีวิตของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการให้ชิมผลิตภัณฑ์, การให้เล่นเกมส์บนเว็บ หรือการมีวิดีโอออนไลน์สอนการทำพาสต้า นักการตลาดยุดใหม่ต้องให้ลูกค้ามากกว่าการโฆษณาสรรพคุณ ไม่เช่นนั้นธุรกิจของคุณจะต้องโดนคู่แข่งแซงแน่ๆ

“รู้มั้ยว่าอะไรที่ทำให้คนร้องว้าว” Seth Godin ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และผู้เขียนหนังสือ Purple Cow ถาม “การเชื่อมโยง การให้ความหมาย สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนในทางใดทางหนึ่ง เราไม่ได้พูดถึงความพิเศษของสินค้า หรือราคาที่แสนถูก แต่เรากำลังพูดถึงศิลปะ พูดถึงสินค้าและบริการที่สร้างความแตกต่าง” อาจฟังดูยุ่งยากสำหรับธุรกิจเล็กๆที่ไม่ได้มีงบประมาณทำการตลาดมากๆ อย่างบริษัทใหญ่ๆ 

“จริงๆแล้ว มี viral video ที่โด่งดีงมากอยู่ชิ้นหนึ่งที่ทำโดยบริษัทที่ไม่ได้เป็นที่รู้จัก และมีพนักงานอยู่ประมาณ 186 คน” Bob Gilbreath ผู้เขียนหนังสือ The Next Evolution in Marketing: Connect with Your Customers by Marketing With Meaning และหัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การตลาดของบริษัท Bridge Worldwide กล่าว “ตอนนั้น Blendtec ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก และเป็นเพียงบริษัทผลิตเครื่องปั่นเล็กๆที่มีคู่แข่งใหญ่ๆมากมาย ทุกอย่างเริ่มขึ้นเมื่อตอนที่ George Wright หัวหน้าฝ่ายการตลาดพบว่าฝ่าย R&D ของบริษัทนั้น นำสิ่งของต่างๆมาทดสอบเพื่อดูประสิทธิภาพของเครื่องปั่น ซึ่งได้กลายมาเป็นชุดวิดีโอ Will it Blend? และมียอดผู้ชมใน Youtube กว่า 6 ล้านคนภายในสัปดาห์แรก” หลังจากนั้นบริษัท Blendtec ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 43 เปอร์เซ็นต์ในปีถัดมา

แล้วทำยังไงธุรกิจของคุณถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีแบบนั้นบ้าง ลองมาดู 3 ขั้นตอนการทำการตลาดอย่างเพิ่มความหมายของ Gilbreath

  1. การตลาดแบบเสนอทางแก้ปัญหา การให้ของฟรี ให้ส่วนลดเงินสด ไปจนถึงการสมนาคุณแก่ลูกค้า “คนชอบของฟรีอยู่แล้ว และมักจะมีแนวโน้มชอบสินค้าหรือบริการที่ให้โดยไม่คิดเงิน นอกจากการแจกของฟรีนั้นยังมีต้นทุนที่ต่ำอีกด้วย” 
  2. การตลาดแบบเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ทุกอย่างที่สามารถเชื่อมโยงลูกค้าสู่แบรนด์ได้ ไม่ว่าจะผ่านวิดีโอ การเล่นเกมส์ หรือการโต้ตอบผ่าน Social Media เช่น ร้านอาหารแห่งหนึ่งจะมีการเสนอรายการอาหารพิเศษแก่พนักงานออฟฟิศเวลาประมาณ 11 โมงซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนเริ่มคิดว่าจะทานอาหารกลางวันอะไรดี หรือร้านรับฝากสุนัขมีการใช้ Facebook เพื่อใส่รูปภาพหรืออัพเดทสถานะของสุนัขกับเจ้าของสุนัขที่มาใช้บริการ เป็นต้น
  3. การตลาดแบบสัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็นการสอนออนไลน์, การอบรมสัมมนาฟรี อะไรก็ตามที่เติมเต็มหรือทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกสมบูรณ์ ถ้าทำอย่างถูกวิธีก็จะสามารถส่งผลต่อยอดขายสินค้าหรือบริการของคุณได้ ยกตัวอย่างเช่น เอเย่นต์ขายบ้านคนนหนึ่งนั้นมีการแบ่งค่าคอมมิชชั่นส่วนหนึ่งจากการขายให้ กับมูลนิธิที่ลูกค้าประสงค์ ซึ่งทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกดีกับการซื้อ-ขายผ่านเอเยนต์รายนี้เป็นอย่าง มาก

ปัจจุบันนี้ความคิดที่ขอแค่ได้เงินจากกระเป๋าของลูกค้านั้นล้าสมัยไปแล้ว คุณต้องเอาชนะความคิด และจิตใจของพวกเขาให้ได้ด้วย Kaufelt กล่าวทิ้งท้ายว่า “เวลาลูกค้าออกจาก Murray’s Cheese เราอยากให้พวกเขาได้อะไรกับไปบ้างไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์หรือความรู้สึก ถึงแม้เขาจะไม่ได้จ่ายเงินซื้ออะไรเลยก็ตาม"

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

อาคาร นันทวัน ชั้น 18 เลขที่ 161 ถ.ราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ : 02-651-8170-3 แฟกซ์ : 02-651-8124

 
  
view