วิธีการสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตในภาวะเศรษฐกิจขาลง

วิธีการสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตในภาวะเศรษฐกิจขาลง
การประคับประคองธุรกิจให้สามารถอยู่รอดได้ในภาวะ เศรษฐกิจตกต่ำถือว่าผู้บริหารมีฝีมือชั้นเซียน แต่ยิ่งถ้าสามารถทำให้ธุรกิจเติบโตได้ด้วยถือว่าเข้าขั้นเทพ บทความด้านล่างนี้จะมาขอส่งต่อวิทยายุทธ์ในการสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตใน ภาวะเศรษฐกิจขาลง
พาธุรกิจให้โตสวนกระแสเศรษฐกิจขาลง

ภาวะทางธุรกิจที่ถดถอยอย่างหนักในปัจจุบัน อันมีต้นกำเนิดเกิดจากวิกฤตซับไพร์มในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้แพร่กระจายไป ทั่วทุกมุมโลกอยู่ในขณะนี้ มีสาเหตุหลักจากการปล่อยกู้เงินที่มีความหละหลวมของสถาบันการเงินไปยังกลุ่ม ลูกค้าที่ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะผ่อนชำระเงินที่กู้มาได้ ซึ่งนักสื่อสารมวลชนในไทยได้ตั้งฉายาของวิกฤตการณ์ครั้งนี้ว่า 'วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์' ตามสัญลักษณ์และลักษณะของประเทศที่เป็นต้นกำเนิด แต่ไม่ว่าคุณจะเรียกวิกฤตทางการเงินครั้งนี้ว่าอะไรก็แล้วแต่ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือสาระหลักที่จะมาเอ่ยถึงในบทความนี้      

ใจความสำคัญของเราคือ การสร้างธุรกิจของคุณให้เจริญเติบโตในภาวะเศรษฐกิจที่ติดลบ ซึ่งหลายคนเมื่ออ่านมาถึงประโยคเมื่อสักครู่อาจจะต้องตั้งคำถามในใจว่าจะ เป็นไปได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ขนาดนี้ ที่ทุกวันมีแต่ข่าวเลิกจ้าง ปลดพนักงาน ปิดกิจการ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ยังคงติดลบถ่ายทอดออกมาเป็นกราฟทางเศรษฐกิจที่ ลูกศรทิ้งดิ่งลงมาอยู่ตลอดเวลา 

เจนนิเฟอร์ โบซาเวจ (Jennifer Bosavage) ได้กล่าวถึงวิธีการ 7 วิธีที่จะช่วยสร้างธุรกิจของคุณให้เติบโตในสภาวะเศรษฐกิจขาลง ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้

1. ทำการหาลูกค้าใหม่      

การมีลูกค้ามากขึ้นก็เสมือนการขยายฐานปิรามิดให้มั่นคงยิ่งขึ้นนั่นเอง 

ควรเริ่มหาลูกค้ารายใหม่ๆให้กับบริษัท ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเหมือนกันในสภาวะเศรษฐกิจดังกล่าว โดยอาจจะจัดตั้งทีมขึ้นมาซักหนึ่งทีมทำหน้าที่เสมือนกับพนักงานขายในห้าง สรรพสินค้าแต่มีอะไรที่เหนือมากกว่าพนักงานขายทั่วไป ทำหน้าที่ค้นหาและสร้างลูกค้ารายใหม่ขึ้นมา ซึ่งการได้ลูกค้ารายใหม่เข้ามาจะทำให้สามารถกำหนดและสร้างตลาดในกลุ่มใหม่ๆ ได้อีกด้วย

อีกทั้งยังเป็นผลดีกับทางบริษัทของคุณเป็นอย่างมาก เพราะการที่บริษัทมีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มมากขึ้นก็เปรียบเสมือนกับการขยาย ฐานของปิรามิดที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับทางบริษัทนั่นเอง โปรดจำหลักการไว้อย่างหนึ่งว่า ยิ่งเศรษฐกิจมีภาวะถดถอยมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

2. การจัดการเงิน                

ในการจัดการเงินสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องดูคือในส่วนของ 'กระแสเงินสดของทางบริษัท' หรือ cash flow เพราะอย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการประกอบ ธุรกิจคือเรื่องของเงิน ซึ่งในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเงินจะเป็นสิ่งที่หายากมาก

ดังนั้นการจัดการควบคุมการใช้จ่ายเงินในบริษัทจะต้องทำอย่างรัดกุมและ คุ้มค่าต่อเม็ดเงินมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสเงินสดที่หมุนเวียนในบริษัทจะต้องดูแลจัดการให้ดีมาก ขึ้นเป็นพิเศษ เพราะเงินในส่วนนี้จะต้องนำไปจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคต่างๆในบริษัท จ่ายเงินเดือนพนักงาน ซื้อวัตถุดิบหรือปัจจัยการผลิต ชำระสินเชื่อหรือเงินทุนที่กู้ยืมมาจากแหล่งต่างๆ หากกระแสเงินสดของบริษัทคุณขาดสภาพคล่องขึ้นมา ควรรีบหาเงินมาใช้สำรองจ่ายไปก่อนในทันที เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจที่อาจจะหยุดชะงัก ซึ่งนั่นหมายถึงรายได้ที่จะหายตามไปด้วย โดยปัญหาที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่พบบ่อยมากและเป็นอุปสรรคที่ขัดขวาง ในการเจริญเติบโตทางธุรกิจก็คือ การจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนในบริษัทที่ไม่มีประสิทธิภาพ อันมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าของคุณจ่ายเงินชำระล่าช้านั่นเอง

3. การกำหนดเป้าหมายดำเนินการ                  

การกำหนดเป้าหมายและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเปรียบเสมือนการวางแผนการล่วงหน้าไว้อย่างคร่าวๆ ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องทำก่อน คือ ควรมีการกำหนดเป้าหมายปลายทางที่ต้องการจะไปถึง เช่น ถ้าเป็นการขายผลิตภัณฑ์หรือสินค้าประเภทต่างๆ ก็ควรที่จะทำการกำหนดยอดที่ควรจะขายให้ได้เอาไว้ล่วงหน้าก่อนให้ชัดเจนเพื่อ สร้างแรงกระตุ้น อีกทั้งยังสามารถนำมาคำนวณตัวเลขรายรับทางบัญชีได้ล่วงหน้าอีกด้วย

4. ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่                   

การค้นหาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิตสินค้า หรือนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ให้เกิดความเหมาะสม ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะสร้างความเจริญเติบโตก้าวหน้าให้กับทางบริษัทของ คุณ เพราะจะช่วยทำให้คุณมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย สามารถผลิตออกมาได้ครั้งละมากๆ ค่าใช้จ่ายต้นทุนในการผลิตสินค้าต่อหน่วยถูกลงกว่าเดิม อีกทั้งจัดให้พนักงานของทางบริษัทได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสมัย ใหม่ เพื่อเป็นการช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของทางบริษัทไปในตัวอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับบริษัทที่ต้องการประสบความสำเร็จ

5. ปรับปรุงการบริการลูกค้า                    

หลายคนมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าการปรับปรุงการบริการลูกค้าไม่ใช่ สิ่งสำคัญที่ควรทำในช่วงเศรษฐกิจขาลง ควรหันไปให้ความสนใจในเรื่องอื่นๆในการประคับประคองธุรกิจของตนให้อยู่รอด น่าจะดีกว่า ซึ่งถ้าคำตอบของคุณเพียงแค่ต้องการประคองธุรกิจให้อยู่รอดเหตุผลที่ให้มาก็ คงเหมาะสมกันดี แต่ถ้าคุณคิดจะให้ธุรกิจของคุณเจริญเติบโตความคิดข้างต้นจะถือว่าเป็นความ คิดที่แย่มาก

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาลูกค้าเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยง บริษัทของเราให้อยู่รอดมาโดยตลอด ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีผู้คนมักจะไม่อยากลงทุน และใช้สินค้าหรือบริการที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากนัก ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวยิ่งต้องทำให้บริษัทของเราต้องเร่งปรับปรุงและดูแล เอาใจใส่ลูกค้าให้มากขึ้นกว่าเดิมอีก เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าเดิมที่เป็นรายได้หลักเอาไว้นั่นเอง

6. ลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน                 

การพัฒนาพนักงานก็เป็นการเพิ่มศักยภาพของบริษัทอีกทางหนึ่งนั่นเอง

การฝึกอบรมพนักงานถือเป็นการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับ บริษัทอีกทางหนึ่ง เพราะพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมจะมีความรู้ ความสามารถที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม อีกทั้งยังมีความกระตือรือร้นที่จะนำวิชาความรู้ที่ได้มาจากการฝึกอบรมนำมา ใช้ในตำแหน่งหน้าที่การงานในบริษัท ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตต่อไปได้ ถึงแม้จะต้องเสียเงินค่าอบรมเป็นจำนวนหนึ่งก็ตาม แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับผลตอบรับที่ได้กลับคืนมา

7. จัดระบบการจัดการผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่ายของคุณ                  

ในการค้าขายสินค้าทั่วไปนั้น ตัวแทนจำหน่ายหรือ suppliers มีอิทธิพลและอำนาจในการต่อรองค่อนข้างสูง เช่น อาจจะขึ้นราคาวัตถุดิบที่เราต้องการนำมาใช้ผลิตสินค้า หรือการตั้งเงื่อนไขในการจำหน่ายสินค้าให้เรา ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการคือ การนั่งพูดคุยตกลงกันในเรื่องต่างๆให้แต่ละฝ่ายมีผลประโยชน์ที่สามารถไปด้วย กันได้ เพราะนอกจากตัวแทนจำหน่ายจะมีอิทธิพลต่อเราแล้ว เราเองก็มีอิทธิพลต่อตัวแทนจำหน่ายเหมือนกัน เพราะถ้าไม่มีเราตัวแทนจำหน่ายก็ไม่รู้จะขายวัตถุดิบให้ใคร หรือจะเอาสินค้าที่ไหนมาวางจำหน่ายถ้าเราไม่ส่งให้ ซึ่งบางทีตัวแทนจำหน่ายอาจจะช่วยเหลือคุณทางด้านเทคนิคต่างๆ หรือแม้แต่กระทั่งด้านการเงินกับบริษัทคุณก็เป็นไปได้                  

Believe ที่มีความหมายว่า ความเชื่อนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจที่กำลังจะเผชิญหน้าหรือกำลังสู้อยู่กับ ปัญหาทางธุรกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่จำเป็นต้องมี เพราะปัญหาทางธุรกิจนั้นเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมากอยู่พอสมควร ถ้าคุณเกิดหมดหวัง ไม่มีกำลังใจ และท้อแท้ในการต่อสู้แล้วคุณก็คงไม่มีวันที่จะสามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรค ต่างๆในโลกธุรกิจได้ แต่ถ้าคุณมีความเชื่อมั่น เชื่อว่าปัญหานั้นไม่ใหญ่ เชื่อว่าปัญหานั้นมีทางแก้ไข เชื่อว่าคุณสามารถเอาชนะปัญหานั้นได้ เชื่อมั่นในตัวเองว่าจะประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ สิ่งต่างๆก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ขอเพียงแค่คุณมีความเชื่อมั่นและตั้งใจทำอย่างจริงจัง ทุกสิ่งก็จะตามมาหาคุณ

เหมือนเช่นวิธีการสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตในภาวะเศรษฐกิจขาลงนั้น บางคนอาจจะคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อภาพรวมของเศรษฐกิจทั่วโลกต่างอยู่ในแดนลบกันทั้งนั้น ถ้าคุณเชื่อเช่นนั้นบทความนี้ก็คงเป็นบทความที่มีการแนะนำวิธีการผ่านตัว หนังสือที่ธรรมดาๆเท่านั้น แต่ถ้าคุณเชื่อว่าคุณสามารถทำได้ นำมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ให้เข้ากับธุรกิจของคุณ และมีความต้องการที่มากพอ เราเชื่อว่าความสำเร็จก็คงไม่ไกลจากตัวคุณสักเท่าไหร่นัก และนี่คือข้อแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับคนธรรมดาทั่วไปนั่นเอง

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

อาคาร นันทวัน ชั้น 18 161 ถ.ราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ : 02-651-8170-3 แฟกซ์ : 02-651-8124

 
  
view